แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประภัสสร ทิพสีลาด หอผู้ป่วยใน 1 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประภัสสร ทิพสีลาด หอผู้ป่วยใน 1 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พี่สอนน้อง Ward 1



    จากการทำงานตลอดระยะเวลา  ปีที่ผ่านมา  ดิฉันได้รับการสอนน้องถึง  รุ่น  ซึ่งเรื่องที่ฉันได้สอนได้แก่  เรื่อง  โรคหัวใจและหลอดเลือด  แยกเป็นผู้ป่วย Stroke และ ผู้ป่วย CHF ,  การแยกประเภทผู้ป่วยการลงบันทึกกิจกรรมการพยาบาล  ซึ่งในปีแรก ๆ ดิฉันก็ไม่ได้เก่งและมีความชำนาญมากนัก  เป็นแค่ผู้ช่วยคุณพรพิมล  ธนะบุตร ที่เป็นรุ่นพี่ของดิฉัน  และเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว  แต่หลังจากที่คุณพรพิมลย้ายไป ดิฉันก็ได้รับหน้าที่อย่างเต็มตัว  ดิฉันทำงานดังกล่าว  ปี  โดยไม่มีผู้ช่วย  ลองผิดลองถูกและปรึกษากับหัวหน้าและทีมการพยาบาลในหอผู้ป่วยใน  1    ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยและกระตุ้นให้ดิฉันทำงานนี้ได้  และหลังจากนั้นปีที่  ฉันก็ได้น้องใหม่มาช่วย  คน  คือ  น้องศิริพร  ชรินทร์  ฉันดีใจมากที่ตอนนี้ฉันมีผู้ช่วยแล้ว  โดยไม่ต้องทำงานโดดเดี่ยวอีกต่อไป  ซึ่งน้องเป็นคนขยัน  มีความมุ่งมั่นในการทำงาน  รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย  แบ่งเบาภาระงานของฉันได้มาก  ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ  ถ้าหากฉันหยุดงานหรือลาพักผ่อน  อย่างน้อยน้องก็สามารถเป็นตัวแทนที่จะทำงานดูแลผู้ป่วยและดูแลการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม
         เรื่องแรกที่ฉันสอน  คือ  การทำ D/C Plan ผู้ป่วย Stroke เนื่องจากหอผู้ป่วยใน  1  ต้องรับผู้ป่วยหนัก,  ผู้ป่วยสูงอายุซึ่งมีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค,  ผู้ป่วยที่กลับมา หลังจาก Refer มาจากโรงพยาบาลเลย  ดังนั้นก็แน่อยู่แล้วที่ตึกของดิฉันจะต้องมีผู้ป่วย  Storke  มา Admit   ซึ่งต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างน้อย  4-5 วัน  จนจำหน่าย กลับบ้าน พยาบาลหอผู้ป่วยใน  1  ทุกคนรู้ว่าต้องประเมินการทำ  D/C Plan Storke ไว้ ให้ดิฉันเพื่อประเมินและวางแผนการจำหน่าย มีการลงข้อมูลบางส่วนให้  และส่วนที่พยาบาลไม่ชอบลงข้อมูลคือ  ด้านความสามารถตามดัชนีบาร์เธอ เอดีแอล (Barthel ADL  Indey)  และแบบประเมิน  NIHSS (The  National Institute of Health Stroke Scale (0-42) )    ซึ่งชื่อหัวข้อก็น่ากลัวแล้ว    แถมในใบประเมินทุกตัวก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด  ซึ่งคนที่ชอบประเมินให้ฉันคือ พญ.ทิพพาวดี  สืบนุการณ์  ส่วนน้องใหม่ที่สอนก็จะทำในช่วงแรก  แต่หลังจากนั้นก็ว่างเหมือนเดิม  จะทำบ้าง Barthel ADL Indey แต่ปีนี้ดิฉันได้ทำแบบประเมิน  NHISS  เป็นภาษาไทยแล้ว  ก็หวังว่าพยาบาลทุกคนจะทำแบบประเมินให้  และกรอกข้อมูลลงใน  D/C Plan  Stroke ให้ดิฉัน  อย่างน้อยน้องศิริพร  คนหนึ่งที่ต้องช่วยทำแน่ๆ
        ส่วนเรื่องที่สองคือ  D/C Plan CHF  อย่างน้อยหอผู้ป่วยใน ต้องมีผู้ป่วย Admit 2-3 คน / เดือน  เรื่องนี้ไม่ค่อยจะมีปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่ง่าย  เป็นการประเมิน และค้นปัญหาของผู้ป่วย  ปัญหาส่วนมากของผู้ป่วยก็คือการกินอาหารที่มีรสเค็ม  และการเติมผงชูรสในอาหาร  ส่วนใหญ่ผู้ป่วย  และญาติก็จะทราบการดูแลตนเองแต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม  และส่วนที่ทุกคนจะไม่ลงข้อมูลอีกส่วนหนึ่งคือ  การให้ความรู้เรื่องยา  คงคิดว่าเป็นหน้าที่ของเภสัชกร  ที่จะต้องเป็นผู้ให้ความรู้แต่เภสัชกร จะเข้ามาดูผู้ป่วยในรายที่มีปัญหา หรือแพทย์ Consult เท่านั้น  ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเรา  อย่างน้อยก็ช่วยเขียนชื่อยาให้ดิฉันก็ยังดี  แต่ตอนนี้ดิฉันได้จัดหาเอกสารเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด (จัดทำโดยคุณปัญญาภรณ์)    มาไว้ที่ตึกแล้ว  อย่างน้อยก็มีเจ้าหน้าที่นำไปให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย  และญาติได้  ในเอกสารจะมีชื่อยาข้อบ่งใช้อาการข้างเคียง, ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาที่ใช้บ่อย  และมีใช้ในโรงพยาบาลของเรา  ส่วนการแนะนำของดิฉันส่วนใหญ่จะแนะนำว่าเป็นยาอะไร  และยาดังกล่าว  จะมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง  เช่น ยา Furosemide  เป็นยาขับปัสสาวะลดบวม   อาการข้างเคียง  คือ  ปัสสาวะบ่อย  ปวดศรีษะอ่อนเพลีย, ใจสั่น  ฯลฯ  ซึ่งผู้ป่วย  และญาติต้องทราบข้อมูลนี้เพื่อการดูแลตนเองที่ถูกต้อง
 
            ส่วนเรื่องสุดท้าย คือการสอนการแยกประเภทผู้ป่วย  และการลงบันทึกกิจกรรมการพยาบาล  การแยกประเภทผู้ป่วย  เราก็จะเน้นที่ผู้ป่วยหนัก  4a  คือผู้ป่วยหลังผ่าตัดผู้ป่วยที่ให้ยา  Dopamine  ,  ผู้ป่วยที่ต้อง Obs. N/S  และ V/S ทุก 1-2 ชั่วโมงผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะ Shock ทำให้เห็นภาระงานของเรา  รองลงมาก็ประเภท  3a  คือผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้   ผู้ป่วยที่  On O2 Cannula หรือ On Mask ตลอดเวลาผู้ป่วย On ICD,  ผู้ป่วยหลัง off  Dopamine ,  ผู้ป่วยที่มีภาวะ Hypo- Hyperglycemia บ่อย ๆ ผู้ป่วยที่ UGIH  ต้องให้เลือดและเจาะ Hct ทุก 6 ชั่วโมง ฯลฯ และผู้ป่วยประเภท  2 กับ 1 ก็จะน้อยมาก  เพราะถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ไม่ต้องการดูแลอะไรมาก  พร้อมที่จะ D/C  ได้ ส่วนผู้ป่วยประเภท  1 D  ของดิฉัน คือ  ผู้ป่วยที่ของลากลับบ้าน  หรือขอไป F/U  ที่โรงพยาบาลเลย  เพราะเราไม่ต้องดูแลผู้ป่วยเลย  ส่วนการลงบันทึกกิจกรรมการพยาบาลถือว่าเป็นเรื่องที่ง่าย  ขึ้นอยู่กับน้องใหม่ หรือเจ้าหน้าที่จะลงข้อมูลกันหรือไม่  ดิฉันจะให้น้องลงกิจกรรมตอนสอนน้องช่วงแรก ๆ จะมีปัญหาบ้างก็คือ  ไม่ลงกิจกรรมนั้นไว้ก่อน  ทำให้ Loss กิจกรรมบางอย่างที่ทำหลังจากลงบันทึกส่วนพี่เก่าที่เจอเป็นประจำ  คือ  ลืมลงบันทึกกิจกรรม  เวรใดเวรหนึ่ง  หรือลืมลงกิจกรรมบางอย่าง  ดิฉันก็จะตามหัวหน้าเวรนั้นมาลงให้  เพราะกิจกรรมการพยาบาลถือเป็นหน้าที่ Incharge ในเวรนั้น ๆ ที่จะต้องลงบันทึก  นอกจาก Incharge มอบหมายให้คนใดคนหนึ่งลง  ส่วนน้องใหม่ก็ต้องรอเป็น Incharge ก่อนค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

ประสบการณ์ดีดี

     เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งดิฉัน พี่ต่าย ฝ่ายกายภาพและพี่แน่งฝ่ายเวชฯ ได้ไปเยี่ยมบ้านตาประสิทธิ์ ศรีพรหม ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีปัญหาเรื่องการลุกเดินทำกิจกรรม เรื่องหอบ หลังจากที่ดิฉันและทีมเยี่ยมบ้านไปถึงบ้าน ลูกเขยของคุณตาได้พาดิฉันและทีมเยี่ยมบ้าน เข้าไปหาคุณตาที่ห้อง (ส่วนตัว) ของคุณตา เป็นห้องที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกเกือบทุกอย่าง เช่น TV, ห้องน้ำ, พัดลม ฯลฯเมื่อคุณตาเห็นดิฉันและทีมเยี่ยมบ้านดูท่าทางคุณตาดีใจมาก ส่งเสียงทักทายทันที และสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัย แต่คุณตาค่อนข้างหูตึงจึงต้องสื่อสารกันโดยการเขียนข้อความให้อ่าน ส่วนคุณตาก็สวมแว่นตา และมีแว่นขยายข้าง ๆ ทีมเยี่ยมบ้านเริ่มต้นด้วยการประเมิน V/S ได้ความดันโลหิต120/80 mnHgหลังได้รับยาความดันโลหิตสูงไปรับประทาน ดิฉันบอกคุณตาว่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปรกติ คุณตาดีใจมาก ต่อมาก็ประเมินเสียงปอด เสียงปอดปรกติ ถามถึงยาพ่น คุณตาหยิบออกมาให้ดู และพยายามจะกดให้ดูแต่ไม่มีแรง ลูกเขยต้องมาช่วยกดให้คุณตาๆสูดยาเข้าปอดได้ ลูกเขยคุณตาบอกดิฉันและทีมเยี่ยมบ้านว่าคุณตาจะเชื่อฟัง และปฏิบัติตามที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่แนะนำเท่านั้น แต่เมื่อญาติหรือคนรู้จักบอกจะไม่ค่อยเชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตาม หลังจากนั้นคุณตาก็ได้แสดงวิธีการบริหารปอดด้วยการเป่าลูกโป่ง คุณตาเป่าได้ 2 ลูก สังเกตว่าข้าง ๆ คุณตาจะมีลูกโป่งที่คุณตาเป่าวางไว้จำนวนมาก และที่ยังไม่ได้เป่าก็มากเช่นกัน จากนั้นกายภาพก็แนะนำเรื่องการบริหาร โดยการชกลูกโป่งที่เป่าไว้ คุณตาชกใหญ่ บอกว่าเคยเป็นนักมวยเดิม ชกอยู่นาน จนดิฉันและทีมเห็นว่าคุณตาเริ่มเหนื่อยแล้วจึงให้หยุด ลูกเขยบอกว่าทุก ๆ เดือนคุณตาจะชอบซื้อหวย และลอตเตอรี่ (ฝากลูกซื้อ) และจะมีทีมซื้อหวยมาเป็นประจำ คุณตาบอกว่าถ้าถูกลอตเตอรี่จะเอาไปรักษาตัวให้หายเป็นปกติ ส่วนเรื่องปัญหาการลุกเดินของคุณตา ลูกได้ทำราว 2 ข้าง ให้เข้าไปถึงหน้าห้องน้ำ ให้คุณตาลุกเดินไปอาบน้ำ และเข้าห้องน้ำได้เอง โดยไม่ต้องมีคนช่วยและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนการเดินโดยใช้ Walker เดินออกไปนอกบ้าน คุณตาปฏิเสธเพราะเคยหกล้มครั้งหนึ่ง จากนั้นดิฉันและทีมเยี่ยมก็แนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวอีกครั้งก่อนกลับ
       ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 ของการเยี่ยมวันนี้ คือ ยายปิว Case ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี แต่ดูผอมเพลีย พลิกตัวลำบาก นั่งไม่ได้ ตัวคุณยายและลูก ๆ ทราบเกี่ยวกับโรคและอาการของคุณยายดี ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ญาติบอกว่าคุณยายเริ่มกินได้น้อย กินแต่อาหารประเภทน้ำ ๆ เห็นนั่นเห็นนี่ผิดจากความเป็นจริง ยายปิวมีปัสสาวะเล็ด ญาติจึงใส่ผ้าอ้อมไว้ให้ ส่วนปัญหาเรื่องท้องอืดไม่มี ส่วนปัญหาเรื่องปวด ก็ได้ยา Tramol จัดให้ทานไม่ได้ขอยาเพิ่ม ผู้ป่วยก็อยู่ได้ หลังจากพูดคุยกับคุณยายได้สักครู่คุณยายก็หลับ ดิฉันและทีมเยี่ยมบ้าน จึงออกมาคุยนอกห้องคุณยาย พี่แน่งได้ให้แผ่นพับเกี่ยวกับอาการ และการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์แก่ญาติไว้ เวลามีปัญหาให้โทรไปปรึกษาได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งแนะนำให้ญาติยืมแผ่น CD ธรรมะได้ที่หอผู้ป่วยใน 1 เพื่อนำมาเปิดให้คุณยายฟัง พี่แน่งได้ถามญาติและลูกผู้ป่วยว่าตัวคุณยายอยากทำอะไรหรืออยากได้อะไรไหม ญาติและลูก ๆ บอกว่า ก่อนหน้านี้คุณยายเป็นคนชอบทำบุญก็ได้พาคุณยายไปใส่บาตรที่หน้าบ้านแล้ว (ตอนที่คุณยายยังมีแรงดีอยู่) พาไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด และผู้ป่วยอยากไปไหว้พระธาตุ ก็พาคุณยายไปไหว้แล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร ก่อนกลับก็ย้ำให้ลูกและญาติไปเอาแผ่น CD ธรรมะที่ตึกหอผู้ป่วยใน 1 เพื่อมาเปิดให้คุณยายฟังบ้างก่อนเดินทางกลับโรงพยาบาลเวลา 16.00 น.
       วันนี้ดิฉันรู้สึกว่าได้ค้นพบบางสิ่งจากการออกเยี่ยมบ้านกับทีมเยี่ยมบ้านหน้าที่ของเรานั้นไม่ได้มีเพียงการดูแลแล้วผ่านเลยไปในหอผู้ป่วย การติดตามเยี่ยมได้เห็นถึงรอยยิ้มปัญหาของผู้ป่วยในแต่ละด้านแต่ละโรคที่ผู้ป่วยแต่ละคนได้ประสบกับความทุกข์ที่เป็นอยู่ อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยได้มีแรงสู้กับชีวิตต่อไป อย่างมีความสุขไม่ทนทุกข์ทรมานมาก